สุขภาพและออกกำลังกาย

เคล็ดลับการดูแลสุขภาพในหน้าฝน อย่างไรให้ไร้โรคภัย

wall with the drawing of dark clouds, rain and one umbrella, concept of protection and security (3d render)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆแฟนๆ TV Direct (ทีวี ไดเร็ค) ทุกท่าน วันนี้มาพบกับซ่าร่ากันอีกเช่นเคย ซาร่าก็มีสาระดีๆมาฝากเพื่อนๆเหมือนอีกเช่นเคย วันนี้ซาร่าจะมาพูดถึง เคล็ดลับการดูแลสุขภาพในหน้าฝน เป็นที่รู้กันอยู่ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ฝนตกเกือบจะทุกวัน

ฤดูฝนเป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะอากาศที่มีความเย็นชื้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางครั้งก็ร้อนอบอ้าว บางวันก็พายุเข้าจนตั้งตัวไม่ทัน จนส่งผลใครหลาย ๆ คนเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้หวัด เจ็บคอ และโรคต่าง ๆ อีกมากมาย วันนี้เราเลยมี เคล็ดลับดูแลสุขภาพในฤดูฝน ปฎิบัติตนอย่างไรให้ไม่เกิด โรคในฤดูฝน มาฝากผู้อ่าน เพื่อเป็นแนวทางการเสริมสุขภาพที่แข็งแรงในช่วงหน้าฝนนี้กัน ไปดูกันเลยว่ามีวิธีอะไรบ้าง

 

10 เคล็ดลับการดูแลสุขภาพในหน้าฝน

#1. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน

อันดับแรกเลยสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัวรับมือกับฤดูฝนก็คือการเตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝนต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพราะเราไม่รู้ว่า ฝนจะตกลงมาเมื่อไหร่ การเตรียมพร้อมจึงดีมากที่สุด อย่างลืมพกร่ม เสื้อคลุม เสื้อกันฝน รองเท้าสำรอง และผ้าขนหนูติดตัวไปด้วย เพื่อที่จะได้ช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้โดนน้ำฝน จนไม่สบาย หากเกิดโดนละอองฝนหรือฝนตกใส่ระหว่างออกไปข้างนอก ก็อย่าลืมเอาผ้าขนหนูเช็ดหัวและตัวให้แห้ง เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดและปอดบวม และกลับมารีบอาบน้ำทำความสะอาดสระผมทันที เพราะสายฝนมักจะนำเชื้อโรคต่าง ๆ ติดมาด้วยเสมอ อีกทั้งอาจจะทำให้เราเกิดอาการไม่สบายและโรคต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงอย่าอยู่ในที่อาการเย็นมากจนเกินไป หากต้องเปิดแอร์ภายในห้อง ก็ควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม หากวันใดที่สภาพอากาศมีความเย็นสูง ก็ควรที่จะใส่เสื้อกันหนาวเพิ่มเติมด้วย เพื่อป้องกันอาการไข้หวัดต่าง ๆ

 

#2. ออกกำลังเป็นประจำ

ถึงแม้ฤดูฝน เราจะต้องเผชิญกับฝนข้างนอกแต่ก็สามารถออกกำลังกายได้ที่บ้านหรือในช่วงที่ไม่มีฝน รวมไปถึงตามฟิตเนสและสถานที่ออกกำลังกายในร่มต่าง ๆ การออกกำลังกายจะช่วยทำให้คุณมีภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ที่ดีมากยิ่งขึ้น ห่างไกลจากไข้หวัด อาการเจ็บป่วย ๆ ต่างที่มาพร้อมกับสภาพอากาศเย็นชื้น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

#3. ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ

การดื่มน้ำบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ร่างกายเราสามารถสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตให้ส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังอวัยวะการทำงานต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น ลดภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะการดื่มน้ำอุ่น จะเป็นการช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย ให้ความอบอุ่น และกระตุ้นระบบขับถ่าย แก้ท้องผูก ให้ลำไส้ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

#4. รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์

เคร่งครัดเลือกการทานอาหารเป็นพิเศษ เนื่องจากฝนฟ้าอากาศอาจจะนำมาซึ่งสารตกค้างต่าง ๆ ภายในอาหารที่เราทำการรับประทาน ควรล้างทำความสะอาดเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมาทำอาหาร รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไม่ควรทานของที่ไม่สุก เสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยสมุนไพรต่าง อย่างเช่น ตะไคร้ ขิง ข่า กระเทียม เป็นต้น ที่จะช่วยปรับอุณหภูมิภายในร่างกายเราเป็นอย่างดี พร้อมทั้งเพิ่มวิตามินซีจากผลไม้เข้าไปเสริมสร้างระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้มีประสิทธิภาพในการต่อต้านโรคต่าง ๆ อย่างเช่น ส้ม องุ่น ฝรั่ง มะขาม แอปเปิ้ล มะนาว เป็นต้น

 

#5. ระมัดระวังน้ำท่วมบ่อเกิดแห่งเชื้อโรค

ในช่วงที่มีฝนตกหนัก หรือในฤดูฝนนั้นมักจะเกิดน้ำท่วมขังภายในซอกซอยและพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งเราควรที่จะหลีกเลี่ยงการเดินผ่านพื้นที่เหล่านี้ เนื่องจากเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมายที่ขังอยู่ภายใน นำมาซึ่งโรคอันตรายต่าง ๆ ทั้งโรคมือเท้าเปื่อย โรคไทรอยด์ ไขหวัด เชื้อราที่ผิวหนัง แผลอักเสบ อหิวาตกโรค ท้องร่วง เป็นต้น เมื่อต้องสัมผัสกับน้ำท่วมขังเหล่านี้ ให้เราล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งที่กลับเข้าบ้าน อาจจะอาบน้ำเลยก็ได้เพื่อฆ่าเชื้อโรคให้หมดสิ้น รวมไปถึงก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรล้างมือหากมีการสัมผัสกับน้ำท่วมขังเหล่านี้ด้วย เพราะโรคที่เกิดจากน้ำท่วมขังเหล่านี้ถือว่าเป็นอันตรายอย่างมากต่อร่างกายและใช้ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างนานด้วย เป็นข้อควรระวังที่ต้องดูแลทั้งในเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว

 

#6. ระมัดระวังยุงตัวร้ายที่มาพร้อมกับฝน

เมื่อมีน้ำท่วมขัง มีฝน ก็ต้องมียุง ซึ่งเราจะพบว่ามียุงชุกชุมเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน เพราะว่าสภาพอากาศต่าง ๆ ความชื้นที่เหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของยุงอย่างมาก และยุงก็เป็นตัวการของโรคร้ายหลายอย่าง โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้นเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงไร้โรคภัย เราจะต้องทำการป้องกันการแพร่พันธุ์ต่าง ๆ สังเกตจุดเพาะพันธุ์ยุง ตามแอ่งน้ำภายในบ้าน ถม ใส่ทรายอะเบท (ซื้อได้ตามร้านขายยา) ฉีดยากันยุง และถางหญ้าแต่งสวนในบริเวณที่มีความเสี่ยงในการเพาะพันธุ์ ส่วนภายในตัวบ้านก็ควรที่จะติดมุ้งลวด สเปรย์กันยุง หรือเทียนหอมไล่ยุงต่าง ๆ ทายากันยุง รวมไปถึงอย่าลืมทาโลชั่นกันยุง เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองโดยตรงด้วย

 

#7. ทำตัวให้แห้งอยู่เสมอ

เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานได้ดี ไม่เป็นโรคต่างๆ เช่น โรงปอดบวม หรือโรคทางผิวหนัง ได้ง่าย ควรทำตัวให้แห้งอยู่เสมอ โดยหลังจากเปียกฝนมาใหม่ๆ ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที เพื่อให้ร่างกายเกิดความอบอุ่น แค่นี้ก็เสี่ยงต่ออาการปอดบวมหรือโรคผิวหนังแล้ว

 

#8. ดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆเป็นประจำ

ในวันที่ฝนตก อากาศหนาวเย็นแบบนี้ ควรเลือกดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ สักแก้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันจากเชื้อโรคและแบคทีเรียมากขึ้น อีกทั้งการดื่มชายังช่วยคลายความหนาวเย็นได้อีกด้วย

 

#9. นอนหลับพักผ่อนวันละ 6-8 ชั่วโมง

เราควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอขณะนอนหลับ แต่ถ้านอนหลับยากให้รับประทานกล้วยเข้าช่วย เพราะในกล้วยจะมี ทริปโตเฟน ทำให้นอนหลับง่ายขึ้น

 

#10. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่

ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ เพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารเป็นพิษ เป็นต้น

 

เป็นอย่างไรกันบางคะเพื่อนๆ กับเคล็ดลับดูแลสุขภาพ ในฤดูฝนวิธีปฎิบัติตนให้อยู่อย่างไร้โรคภัยหมดความกังวล แข็งแรงทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ หมั่นออกกำลังกาย ดื่มน้ำสะอาดและน้ำอุ่นเป็นประจำ อย่าลืมระวังด้านอาหารการกิน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ถูกสุขลักษณะอนามัย ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมเตรียมอุปกรณ์สำคัญให้พร้อม พกร่ม เสื้อกันหนาว เสื้อกันฝน ทำตัวให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของโรค เมื่อมีอาการผิดปกติ หากป่วยไม่สบายให้รีบพบแพทย์ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานและที่สำคัญอย่าลืมระมัดระวังยุงตัวร้ายพร้อมกับน้ำท่วมขังด้วยนะคะ ครั้งหน้าซาร่าจะมีอะไรดีๆมาฝากเพื่อนๆ รอติดตามกันด้วยน้า

 

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *