สุขภาพและออกกำลังกาย

สุขภาพเท้าดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

เพื่อนๆเคยคิดเล่นๆไหมครับว่าวันหนึ่ง เราเดินเล่นๆ ขำๆ ไม่จริงจังวันละกี่กิโลเมตร ทราบหรือไม่ว่า มีผู้ประมาณไว้ว่าชั่วชีวิตของคนคนหนึ่งใช้เท้าเดินคิดเป็นระยะทางเฉลี่ย 120,000-160,000 กิโลเมตร นับว่าเป็นระยะทางที่ยาว 3-4 เท่าของของระยะทางรอบโลกเลยทีเดียว จึงกล่าวได้ว่า เท้าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่เราใช้งานอย่างหนักหน่วงตามความเคยชิน จนอาจละเลยการดูแลสุขภาพเท้าโดยไม่รู้ตัว

สุขภาพเท้านั้นสำคัญไฉน

เพราะคนเราต้องเดินทุกวัน แต่เท้าก็เป็นอวัยวะเบื้องต่ำกว่าระดับสายตา ทำให้หลายคนละเลยการดูแลทำความสะอาดเท้าไปโดยไม่ตั้งใจ เท้าประกอบด้วยกระดูกชิ้นเล็ก เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และเป็นศูนย์รวมเส้นประสาทมากมาย เนื่องจากการถูกใช้งานอย่างหนัก และไม่ได้รับการดูแล ทำความสะอาดอย่างเพียงพอ จึงอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น

 

  • เชื้อรา ที่เล็บมีสาเหตุเกิดจากเชื้อราที่หลุดเข้าไปตามรอยฉีดขาดระหว่างเล็บกับผิวหนังใต้เล็บ ทำให้เล็บหนาขอบด้าน เปลี่ยนเป็นสีเหลือง รวมไปถึงมีอาการเจ็บร่วมด้วย รักษายาก ใช้เวลานานกว่าเล็บจะกลับมาเป็นปรกติ

  • ตาปลา ที่เกิดจากการการที่ผิวหนังบนเท้าเสียดสีหรือกดทับเป็นเวลานานทำให้ผิวหนังหนา ด้าน บริเวณตาตุ่ม ฝ่าเท้าหรือนิ้วเท้า

  • หูด ที่เกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่บาดแผลบริเวณเท้า ทำให้กลายเป็นผิวหนังเป็นแผ่นหนาปื้นใหญ่ ผิวด้าน แข็ง

  • ส้นเท้าแตก ที่เกิดจากกรรมพันธุ์ มีน้ำหนักตัวมากเกินไป และผิวหนังที่เท้าขาดการดูแล ทำให้แห้งแตกได้

รวมไปถึงเล็บขบ โรคน้ำกัดเท้า กระดูกนิ้วเท้าผิดรูปทรง ฯลฯ ซึ่งแต่ละโรคที่เกิดขึ้นกับเท้าอาจทำให้คุณสาวๆ ขาดความมั่นใจ ใส่รองเท้าเปิดส้น เปลือยหน้าเท้าไม่ได้ หรือคุณผู้ชายอาจกังวลว่าเท้าจะมีกลิ่น เดินไม่สะดวก เกิดอาการปวดตอนเดิน เท้าอักเสบ บวม แดง รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานหากดูแลสุขภาพเท้าไม่ดีพอ อาจทำให้เป็นแผลเรื้อรัง จนถึงขึ้นเสียเท้าเลยก็ได้ การดูแลสุขภาพเท้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ ละเลยไม่ได้เด็ดขาดนะครับ เพราะสุขภาพเท้าที่ดี ชีวิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

วิธีดูแลเท้าให้สุขภาพดีห่างไกลโรค

1.ก่อนอื่นต้องสำรวจเท้าทุกวันว่ามีแผลตรงไหนหรือไม่ จะตรวจดูด้วยตาเปล่า หรือส่องกระจกก็ได้ หากมีแผลควรรีบพบแพทย์รักษาให้หายอย่าปล่อยทิ้งไว้

2.สวมถุงเท้าป้องกันการเสียดสี เลือกสวมถุงเท้าผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และต้องเปลี่ยนใหม่ทุกวัน

3.เลือกรองเท้าที่มีขนาดเหมาะกับเท้า ไม่หลวมหรือคับเกินไป

 

4.หลีกเลี่ยงการแช่เท้าในน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพราะอาจทำให้เท้าเกิดแผลพุพองได้

5.เล็บเท้าควรตัดในแนวตรง และใช้ตะไบลบเหลี่ยมมุมเพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบ

6.หมั่นนวดเท้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการปวด เมื่อยกล้ามเนื้อบรรเทาอาการชา

7.ทำความสะอาดเท้าด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ ล้างให้สะอาด และซับให้แห้งทุกครั้ง

8.หมั่นขัดผิวเท้า โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าด้วยแปรงขนนุ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สุขภาพผิวที่เท้าจะดีตามไปด้วย

9.ทาโลชั่นสำหรับดูแลเท้าโดยเฉพาะเพื่อรักษาความชุ่มชื่น แต่ควรเว้นบริเวณซอกนิ้วเท้า

ทำตามนี้ อย่างสม่ำเสมอเท้าของเพื่อนๆก็จะมีสุขภาพดี พร้อมพาเดินไปเจอแต่สิ่งดีๆได้อีกยาวนาน หมดปัญเรื่องอาการเจ็บ ปวด บวม ผิวส้นเท้าแตกมากวนใจ ใส่รองเท้าได้ทุกแบบอย่างมั่นใจ หมดกังวลเรื่องกลิ่นไมพึ่งประสงค์แล้วล่ะครับ ใช้งานเท้าหนัก ก็ต้องดูแลมากเป็นพิเศษตามไปด้วย ว่าแล้วจอร์จก็ขอลาไปหาแปรงนุ่มๆ ดีๆมาขัดเท้าก่อนนะครับ เจอกันใหม่ครั้งหน้าพร้อมสาระดีๆแน่นอน

 

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *