อาหารและเครื่องครัว

ชิตาเกะ กับ 6 ประโยชน์ขั้นเทพ!

hand holding shiitake mushroom isolated on white background

ใกล้เทศกาลกินเจอีกแล้วค่ะคุณขา ซาร่าขอแนะนำอาหารที่มีคุณค่าโปรตีนแบบที่ไม่ต้องเบียดเบียนเนื้อสัตว์ แต่ได้คุณค่าทางสารอาหารเต็มๆ และยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย นั่นก็คือ เห็ดชิตาเกะ หรือเห็ดหอม ยั่นเองค่ะ เห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดที่มีรูปร่างคล้ายร่ม มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นที่นิยมมากในประเทศจีนและญี่ปุ่นนิยมนำเห็ดนี้มาประกอบอาหาร เนื่องจากมีความเชื่อว่า เห็ดชิตาเกะเป็นยาอายุวัฒนะ รับประทานแล้วอายุยืน ทำให้ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

ชาวจีนและญี่ปุ่นเชื่อว่าเห็ดชิตาเกะ เป็นเห็ดบำรุงกำลัง เพิ่มการไหลเวียนโลหิต บำรุงกระดูก และเป็นยาอายุวัฒนะ ซึ่งแท้จริงแล้วเห็ดชิตาเกะก็มีสารอาหารอยู่มากมายจริงๆ ดังนี้

เห็ดชิตาเกะอุดมไปด้วยวิตามินบีรวม อาทิ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 12 วิตามินดี และกรดแพนโททีนิค (Pantothenic) นอกจากนี้แล้วยังมีโปรตีน เอนไซม์ กรดอะมิโนที่จำเป็นอีก 8 ชนิด และสารเลนทิแนน (lentinan) ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน ให้มีประสิทธิภาพในการต่อสู้ยับยั้งหรือป้องกันการเติบโตของเซลล์ นับว่าเป็นเห็ดที่มีคุณค่าต่อทางโภชนาการมาก

6 ประโยชน์ขั้นเทพ ของเห็ดชิตาเกะ

1. ช่วยลดไขมันในเลือด ในเห็ดนั้นมีไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย ในเห็ดชิตาเกะมีส่วนประกอบที่ช่วยการทำงานของตับ ขับคอลเรสเตอรอลจากเส้นเลือด ป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดและรักษาระดับความดันโลหิตให้เห็นปกติ รวมทั้งกระตุ้นการระบบการไหลเวียนให้ทำงานดีขึ้น

2. ช่วยลดการอักเสบ  เห็ดชิตาเกะนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการอักเสบของร่างกายทั้งเห็ดชิตาเกะและ เห็ดหลินจือ เป็นเห็ดที่คนเอเชียนำมาใช้ทำยากันมาตั้งแต่อดีต นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าเห็ดชิตาเกะนั้นมีสารที่ช่วยลดอาการภูมิแพ้ ชะลอการเติบโตของเนื้อร้ายอีกด้วย

3. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย สารเลนทิแนน (lentinan) ที่มีมากในเห็ดชิตาเกะนั้น สามารถกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพได้ ร่วมกับ Beta-glucan ซึ่งเป็นน้ำตาลที่พบในเซลล์ของรา และ พบได้ในเห็ดทั่วไปหลายชนิด ก็ช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน

4. เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เห็ดชิตาเกะก็เป็นแหล่งวิตามินดี เชื่อว่าการรับประทานเห็ดชนิดนี้อาจช่วยรักษาสุขภาพกระดูกได้ จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า ความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มสูงขึ้น หลังป้อนอาหารหนูทดลองด้วยเห็ดชิตาเกะร่วมกับแคลเซียม ซึ่งช่วยให้กระดูกของหนูทดลองแข็งแรงขึ้น และอาจเป็นผลดีในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกมนุษย์ได้ด้วยเช่นกัน

5. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ในเห็ดชิตาเกะมีสารเลนทิแนน (lentinan) และโพลีแซคคาไรด์ (polysaccharide) ที่พบมากในรากและต้นของเห็ด มีประโยชน์ต่อการกระตุ้นทำงานของระบบภูมิต้านทานร่างกาย และผลิต T-lymphocytes และ Interleukin ซึ่งเป็นตัวยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและไวรัส มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับประทานสารสกัดจากเห็ดชิตาเกะร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็ง และช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทำหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็งด้วยเช่นกัน

6. บำรุงผิวพรรณ วิตามินในเห็ดชิตาเกะมีส่วนช่วยในการบำรุงผิว โดยการฟื้นฟูผิวจากการถูกทำร้ายโดยแสงแดด และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังพบว่าเซเลเนียม (Se) ที่พบในเห็ดชิตาเกะยังสามารถทำหน้าที่รักษาสิวตามธรรมชาติได้อีกด้วยคือสามารถช่วยลดความรุนแรงของการเกิดสิว และช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นได้

การรับประทานเห็ดชิตาเกะ
เอ๊ะ แล้วเราจะรับประทานเห็ดชิตาเกะอย่างไรให่ได้คุณค่าทางร่างกายสูงสุดล่ะ ตามซาร่ามาเลยค่ะ เริ่มจาก “แบบดอกสด” สามารถรับประทานได้นำไปทำอาหารใส่ในแกงจืด ผัดผัก เป็นต้น ในการรับประทานเห็ดชิตาเกะปริมาณที่แนะนำคือ “แบบอบแห้ง” ควรรับประทาน 5-15 กรัมต่อวัน ส่วนเห็ดชิตาเกะสด ควรรับประทาน 90 กรัมต่อวัน

ควรเลือกซื้อเห็ดชิตาเกะที่ดอกหนา มีรอยแตกสีขาวลึกกระจายทั่วดอก และนำไปแช่น้ำร้อนประมาณ 10-15 นาทีจนนุ่มก่อนนำไปปรุงอาหาร นอกจากนี้แล้วเห็ดชิตาเกะยังมีการจำหน่ายในรูปแบบสารสกัดอาหารเสริมทั้งเม็ดและแคปซูล เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่รักสุขภาพได้เช่นเดียวกันค่ะ

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *