ไลฟ์สไตล์

เท้ามีกลิ่น…แก้ได้ด้วยของใกล้ตัว

Close-up Of A Young Woman Holding Stinky High Heels On Grey Background

ปัญหากลิ่นเท้า เป็นปัญหาที่นอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว อาจจะสื่อถึงปัญหาสุขภาพด้วยนะคะ เพราะการที่เท้ามีกลิ่นอาจจะเป็น“โรคเท้าเหม็น” ซึ่งเป็นความผิดปกติของต่อมเหงื่อก็เป็นได้ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ซาร่ามีวิธีลดกลิ่นเท้าง่ายๆ ที่ใช้ของรอบๆตัวเรานี่ล่ะค่ะ มาช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงต์ได้

กลิ่นที่เท้า มาจากไหน?

กลิ่นที่เท้าก็มาจาก ต่อมเหงื่อที่เท้านี่ล่ะค่ะ โดยเหงื่อนั้นมี 2 ชนิด ทั้งแบบ มีกลิ่น และ ไม่มีกลิ่น เหงื่อที่มีกลิ่นถูกสร้างมาจากต่อมที่เรียกว่า apocrine sweat gland ผลิตเหงื่อที่มีลักษณะ เหนียวใสมีไขมันมาก เป็นต่อมเหงื่อที่พบได้บางบริเวณของร่างกาย เช่น รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น ส่วนเหงื่อใสๆ ที่ไม่มีกลิ่นถูกผลิตจากต่อมที่เรียกว่า eccrine sweat gland ผลิตเหงื่อที่มีลักษณะใสเหมือนน้ำ เป็นต่อมเหงื่อที่พบทั่วไปตามร่างกาย รวมถึงบริเวณเท้าจะพบเฉพาะต่อมเหงื่อชนิดนี้ ดังนั้นเหงื่อที่เท้า จึงไม่มีกลิ่น เอ้า…แล้วกลิ่นมาจากไหน? ก็เกิดจากการที่แบคทีเรียย่อยสลายสารในเหงื่อเพื่อใช้เป็นพลังงานนั่นเองค่ะ

ปกติแล้วเท้าของเราจะมีต่อมเหงื่ออยู่มากกว่า 250,000 ต่อม และเป็นอวัยวะที่มีต่อมเหงื่อมากเมื่อเทียบกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ทั้งนี้เหงื่อที่ออกมาก็เพื่อทำให้ผิวเท้าของเราอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น อีกทั้งต่อมเหงื่อที่เท้ายังสามารถผลิตเหงื่อออกมาได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยสามารถผลิตเหงื่อออกมาได้มากถึงสัปดาห์ละ 4.5 ลิตรเลยทีเดียว และนี่เองจึงเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่นเท้านั่นเอง


 

กลิ่นเท้าแก้ได้ ด้วยของรอบตัว

มาค่ะ รู้เรื่องราวต้นตอของกลิ่นแล้ว เรามาหาทางแก้ไขกันดีกว่า ทั้งสมุนไพรและสารเคมีในบ้าน ต่างสามารถลดการเกิดกลิ่นเท้าได้ทั้งนั้น จะมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

  • เกลือ เกลือจะไปดึงความชื้นออกจากผิวหนังทำให้เท้าแห้ง ช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่เท้า โดยละลายเกลือครึ่งถ้วยในน้ำอุ่น 1 ลิตร แช่เท้าเป็นเวลา 20 นาที แล้วเช็ดให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออก ทำทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ กลิ่นเท้าจะค่อยๆ ลดลง แต่หากรู้สึกว่าเท้าแห้งแตกควรเว้นระยะในการทำเป็นวันเว้นวันแทนนะคะ

  • เบกกิ้งโซดา นำเบคกิ้งโซดามาผสมกับน้ำเปล่าให้พอข้น แล้วเอามาชโลมให้ทั่วเท้า จากนั้นให้หาแปรงเล็ก ๆ หรือแปรงสีฟันเก่า ๆ ก็ได้ นำมาขัดแปรงให้ทั่วทุกซอกทุกมุมของเท้าให้สะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออก วิธีนี้นอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นการทำความสะอาดเท้าไปในตัวอีกด้วย

  • ข่า ไม่ได้มีดีเครื่องเครื่องแกง แต่ ข่า หนึ่งในสมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการกำจัดกลิ่น ที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นเท้าได้ สามารถนำข่ามาทำเป็นสเปรย์ลดกลิ่นเท้าได้ง่ายๆ โดยมีวิธีทำคือ นำหัวข่าสดมาทุบแล้วต้มกับน้ำเปล่าจนเดือด ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเอามากรอกใส่ขวดสเปรย์ วิธีใช้ก็แค่นำมาฉีดพรมลงบนเท้าที่ทำความสะอาดดีแล้ว แล้วถูฝ่าเท้าไปมาสักครู่จนน้ำข่าซึมแห้งไปกับผิว ช่วยทำให้เท้ามีกลิ่นหอม ลดกลิ่นอับและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้ดี

  • ชา ผลการวิจัยพบว่า ชามีกรด tannic ช่วยลดขนาดรูขุมขน ทำให้เหงื่อออกน้อยลง และยังช่วยลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียบริเวณเท้าได้ โดยนำถุงชา 2 ถุงเล็กต้มกับน้ำครึ่งลิตรเป็นเวลา 15 นาที จากนั้นเติมน้ำเย็น 2 ลิตรและนำไปแช่เท้าเป็นเวลา 30 นาที สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยลดกลิ่นเท้าได้

  • น้ำยาบ้วนปาก ไม่ได้แค่ลดกลิ่นปาก แต่น้ำยาบ้วนปากช่วยลดกลิ่นเท้าได้ด้วย จะเป็นยี่ห้ออะไรก็ได้ โดยใช้น้ำยาสัก 2 ฝา เทลงไปผสมกับน้ำ แล้วเอาเท้าลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที จะช่วยแก้กลิ่นเท้าได้ เพราะน้ำยาบ้วนปากนั้นมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี ถ้าทำเป็นประจำก็จะช่วยแก้ปัญหาเท้าเหม็นได้ หรืออีกวิธีให้นำสำลีก้อนไปชุบน้ำยาบ้วนปาก จากนั้นก็นำไปทาให้ทั่วบริเวณเท้าก็ได้

  • น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูจะช่วยให้เท้าแห้ง ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของแบคทีเรีย โดยผสมน้ำส้มสายชู 250 มิลลิลิตรลงในน้ำอุ่น 1 ลิตร แช่เท้านาน 15 นาที แล้วล้างด้วยสบู่ ทำสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ ไม่อย่างนั้นอาจเกิดปัญหาผิวเท้าแห้งจนแตกได้

นี่ล่ะคะสูตรแก้ไขเท้ามีกลิ่นที่เราแนะนำเพราะทำง่ายจากสิ่งใกล้ตัว พร้อมกันนั้นเราขอแนะนำให้รักษาความสะอาดของเท้า อย่าเพียงแค่ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำสบู่จากการอาบน้ำให้ไหลผ่านเท้าเท่านั้น แต่ควรล้างและถูสบู่ให้ทั่วเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามง่ามนิ้ว ตาตุ่ม และส้นเท้า เสร็จแล้วก็เช็ดเท้าให้แห้ง บำรุงด้วยครีมเข้มข้นหรือปิโตรเลียมเจลเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังบริเวณเท้า แต่สิ่งที่ควรระวังโดยเฉพาะเวลาเร่งรีบ คือ อย่าใส่ถุงเท้า ถุงน่อง หรือรองเท้า ทั้ง ๆ ที่ครีมซึ่งชโลมลงไปนั้นยังไม่ซึมเข้าสู่ผิวดี เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มความอับชื้นและทำให้เกิดกลิ่นได้

ส่วนในวันหยุด ขอให้เพิ่มขั้นตอนการทำความสะอาดด้วย “การขัดเท้า” โดยขัดส้นเท้าและซอกนิ้วทุกนิ้วให้เกลี้ยงด้วยที่ขัดเท้าร่วมกับฟุตสครับ โดยขัดวนเป็นวงกลมนวดไปให้ทั่วเท้า โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่หยาบหนากว่าส่วนอื่น หรือจะเลือกใช้หินพัมมิส (Pumice Stone) นำมาขัดบริเวณผิวหนังที่แข็งกระด้างด้วยก็ได้ ขัดเสร็จแล้วก็ให้ล้างออกด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ เช็ดเท้าให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงให้ทั่วเท้า ให้ทำสัปดาห์ละครั้ง วิธีนี้จะช่วยทำให้เท้าของคุณสะอาดมากขึ้นและยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเครียดไปในตัวอีกด้วย

เพียงเท่านั้น กลิ่นที่เท้าก็จะค่อยๆลดลง ความมั่นใจก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ที่สำคัญต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่หากพยายามทำตามนี้แล้วไม่ได้ผล อาจจะต้องพึ่งแพทย์แล้วล่ะค่ะ อาจจะเป็นความผิดปกติของต่อมเหงื่อก็เป็นไปได้นะคะ

 

 

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *